Header Ads

สสส. ผนึกภาคี ลงพื้นที่เมืองปาน สานพลัง “ชุมชนล้อมรักษ์”

“หนึ่งคนเปลี่ยนได้  เมื่อทั้งชุมชนพร้อมเปลี่ยนไปด้วยกัน” สสส. ผนึกภาคี ลงพื้นที่เมืองปาน สานพลัง “ชุมชนล้อมรักษ์” เปลี่ยนการบำบัดให้เป็นพลังคืนคนสู่สังคม

จากคนที่เคยใช้ชีวิตท่ามกลางความหวาดระแวง สุขภาพทรุดโทรม และรู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นที่ยอมรับของคนรอบข้าง วันนี้ “นายแมค” (นามสมมติ) วัย 35 ปี กลับมามีรอยยิ้มและใบหน้าที่แจ่มใสอีกครั้ง หลังได้รับโอกาสเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติด


เรื่องราวของนายแมคเป็นหนึ่งในภาพสะท้อนของการทำงานภายใต้โครงการอำเภอต้นแบบและอำเภอขยายผลการขับเคลื่อนในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่ชุมชนล้อมรักษ์ (CBTx) ผ่านกลไก พชอ. ในพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง ที่ไม่ได้มองการแก้ปัญหายาเสพติดเพียงแค่การทำให้คนหยุดเสพ แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างความเข้าใจ การฟื้นฟูชีวิต การสร้างอาชีพ และการคืนคนกลับสู่ครอบครัวและสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี


เมื่อเร็วๆนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ (มวร.) ลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าโครงการชุมชนล้อมรักษ์  การลงพื้นที่ครั้งนี้มี นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต พร้อมด้วยคณะทำงานมูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการขับเคลื่อนงาน โดยเน้นการสร้างกระบวนการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน


ในช่วงบ่าย คณะทำงานฯ ลงพื้นที่จริง ณ ชุมชนบ้านขาม เพื่อติดตามการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงกบของผู้ที่เข้ารับการบำบัด พร้อมสัมภาษณ์เชิงลึกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องสำคัญในพื้นที่ ได้แก่ นายนอนันต์ เสนาะสันต์ นายอำเภอเมืองปาน นายสันต์ จันทร์ศักดิ์ สาธารณสุขอำเภอเมืองปาน พ.ต.ต.สุทศ เป็นแผ่น สารวัตรหัวหน้าสถานี สภ.แจ้ซ้อน นางสาวนริศรา สิงห์แสง พยาบาลวิชาชีพงานยาเสพติด โรงพยาบาลเมืองปาน นายสนิท อนุ ผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านขาม และผู้เข้ารับการบำบัดจำนวน 2 ราย ซึ่งปัจจุบันประกอบอาชีพเลี้ยงกบ


การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในระดับอำเภอ ทั้งฝ่ายปกครอง สาธารณสุข เจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้นำชุมชน ครอบครัว และภาคีเครือข่าย ในการร่วมกันสร้างโอกาส “คืนคนดีสู่สังคม” และพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ผ่านการบำบัดให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน


CBTx ไม่ใช่แค่ “หยุดเสพ” แต่คือการติดตามเพื่อไม่ให้กลับไปเริ่มต้นใหม่

นายแพทย์หม่อมหลวงสมชาย จักรพันธุ์ ที่ปรึกษากรมสุขภาพจิต มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาการเรียนรู้ กล่าวว่า กลไก CBTx ไม่ได้จบลงเพียงแค่การหยุดเสพยา แต่ให้ความสำคัญกับการติดตามผลอย่างน้อย 1 ปี เพื่อป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ โดยมีผู้นำชุมชนและ อสม. ทำหน้าที่เป็น “สะพานเชื่อม” ระหว่างผู้ผ่านการบำบัดกับทีมงาน เนื่องจากเป็นผู้ที่รู้จักและใกล้ชิดกับคนในพื้นที่มากที่สุด 


หัวใจสำคัญของการบำบัดฟื้นฟู คือการทำงานในพื้นที่ที่ผู้ป่วยคุ้นเคยและเข้าถึงได้ง่าย เช่น รพ.สต.บ้านหัวเมือง โดยมีกระบวนการบำบัดหลัก 4 ขั้นตอน หรือ 4 Step คือ1.สร้างสัมพันธภาพและการยอมรับ เริ่มต้นด้วยการทลายกำแพงความกลัว สร้างความไว้วางใจระหว่างผู้ป่วยกับทีมสหวิชาชีพ เพื่อให้ผู้เข้ารับการบำบัดกล้าเปิดใจและพร้อมเข้าสู่กระบวนการดูแล 2.สำรวจปัญหาและปรับทัศนคติ วิเคราะห์ปัจจัยกระตุ้นการเสพของแต่ละบุคคล พร้อมฝึกทักษะการปฏิเสธและการจัดการอารมณ์เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์เสี่ยง 3. พัฒนาทักษะชีวิต

ฝึกการดำเนินชีวิตและการมีปฏิสัมพันธ์กับสังคม เพื่อให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคง โดยไม่ต้องกลับไปพึ่งพายาเสพติด 4.เตรียมความพร้อมคืนสู่สังคม

วางแผนชีวิตหลังการบำบัด โดยมีชุมชนเข้ามาร่วมสร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้โอกาสในการทำงาน สร้างรายได้ และฟื้นฟูความภาคภูมิใจในตนเอง

กระบวนการทั้งหมดจึงไม่ได้มุ่งเพียงให้คนเลิกยาแต่เป็นการช่วยให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมได้อีกครั้ง


จากพื้นที่นำร่อง สู่ “โมเดลต้นแบบ” คืนแรงงานคุณภาพให้สังคม


จากความสำเร็จในการดูแลผู้เข้ารับการบำบัดจนเกิดผลเป็นรูปธรรม บ้านป่าขามได้ยกระดับจากพื้นที่นำร่องสู่การเป็น “พี่เลี้ยง” ให้กับชุมชนเกิดใหม่ นวัตกรรม CBTx แสดงให้เห็นว่า การใช้ชุมชนเป็นฐาน ควบคู่กับความเข้าใจและการหยิบยื่นโอกาส ไม่เพียงช่วยลดโอกาสการกลับไปเสพซ้ำ แต่ยังสามารถเปลี่ยน “ผู้เสพ” ให้กลับมาเป็น “ผู้สร้าง” และคืนวัยแรงงานที่มีคุณภาพกลับคืนสู่สังคมและครอบครัวได้อย่างแท้จริง


สำหรับโครงการชุมชนล้อมรักษ์ ในพื้นที่อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง เป็นกระบวนการดูแลและบำบัดฟื้นฟูผู้ใช้ยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน โดยมี นายเทอดธง ภิระบรรณ์ นักวิชาการสาธารณสุขชำนาญการ ร่วมกับทีมสาธารณสุขและภาคีเครือข่าย ขับเคลื่อนแนวทางการดำเนินงานที่เน้นทั้งการสร้างความเข้าใจ การยอมรับ และการคืนผู้ผ่านการบำบัดกลับสู่สังคม


แนวทางสำคัญคือ การสร้างความเข้าใจและการยอมรับ โดยปรับเปลี่ยนทัศนคติของคนในชุมชน ให้มองผู้ผ่านการบำบัดในฐานะ “ผู้ป่วย” ที่ต้องการโอกาสและการดูแล ไม่ใช่บุคคลที่ควรถูกตีตราหรือกีดกันออกจากสังคม นอกจากนี้ การบูรณาการภาคีเครือข่าย โดยดึงความร่วมมือจากผู้นำชุมชน อสม. เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทั้งปกครองอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และครอบครัว เข้ามามีส่วนร่วมในการติดตาม ดูแล และให้กำลังใจผู้เข้าร่วมโครงการอย่างใกล้ชิด และประการที่สาม คือ การคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน มุ่งเน้นการฟื้นฟูสภาพทางสังคม การส่งเสริมอาชีพ และการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย เพื่อลดโอกาสการกลับไปเสพซ้ำ และทำให้ผู้ผ่านการบำบัดสามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนในชุมชนได้อย่างมีความสุข


“บ้านขาม” กับการทำงานแบบไร้รอยต่อ


ความสำเร็จของพื้นที่บ้านขามไม่ได้เกิดขึ้นจากหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็งของทุกภาคส่วน โดยมี นายสนิท อนุ ผู้ใหญ่บ้านชุมชนบ้านขาม และผู้นำชุมชน เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของการทำงานในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง ทั้งปลัดอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ชรบ. มีบทบาทในการเฝ้าระวังและสนับสนุนด้านความปลอดภัย ขณะที่ฝ่ายสาธารณสุข ทั้งโรงพยาบาล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อสม. และนักจิตวิทยา ทำหน้าที่คัดกรอง บำบัด ฟื้นฟู และติดตามผู้เข้ารับการบำบัดอย่างต่อเนื่อง


ด้านตำรวจมีบทบาทในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงในพื้นที่ ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้ามาสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้การทำงานเชิงรุกสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง การทำงานของแต่ละฝ่ายจึงเชื่อมโยงกันเป็นระบบ ตั้งแต่การค้นหา คัดกรอง เข้าสู่กระบวนการบำบัด ฟื้นฟู ติดตาม ไปจนถึงการส่งเสริมอาชีพและการคืนผู้ผ่านการบำบัดกลับเข้าสู่ชุมชน


“นายแมค” กับวันที่ได้ชีวิตใหม่


หนึ่งในเสียงสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของการเปลี่ยนแปลง คือเรื่องราวของ “นายแมค” (นามสมมติ) อายุ 35 ปี ผู้ผ่านการบำบัดและปัจจุบันประกอบอาชีพเกษตรกรรม


นายแมค เล่าว่า ในช่วงที่หลงผิด ชีวิตเหมือนไร้ทิศทาง สุขภาพย่ำแย่ และเต็มไปด้วยความหวาดระแวง รู้สึกว่าคนรอบข้างไม่ต้อนรับ แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อได้เข้าสู่โครงการ CBTx มีทีมสุขภาพจิตคอยดูแล และได้รับแรงสนับสนุนสำคัญจากครอบครัวและชุมชนที่ไม่ทอดทิ้งกัน


“ตอนนี้ผมเหมือนได้ชีวิตใหม่ ไม่หวาดระแวงเหมือนเมื่อก่อน พอเราเปลี่ยนตัวเอง คนรอบข้างก็ทักว่าดูดีขึ้น หน้าตาแจ่มใส ยิ่งทำให้มีกำลังใจ อยากฝากถึงคนที่ยังเสพอยู่ ให้เปิดใจเข้าสู่กระบวนการบำบัดเพื่อเปลี่ยนชีวิต”


สำหรับนายแมค จุดเปลี่ยนสำคัญไม่ได้มีเพียงการเข้าสู่กระบวนการบำบัด แต่ยังรวมถึงการได้รับโอกาสให้เข้าร่วมกิจกรรมจิตอาสา การปรับทัศนคติ และการได้กลับมารู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่า จนสามารถเลิกยาได้เด็ดขาด และกลับมาประกอบอาชีพได้อีกครั้ง


“ล้อมรักษ์” เมื่อการบำบัดไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง


นางนริศรา สิงห์แสง พยาบาลวิชาชีพผู้ดูแลงานยาเสพติด โรงพยาบาลเมืองปาน เปิดเผยถึงความสำเร็จของ “โครงการล้อมรัก” ว่า เป็นระบบการบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยยาเสพติดโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน (CBTx) ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลด้วยความเข้าใจ และเปิดพื้นที่ให้ครอบครัวและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม


กระบวนการดูแลเริ่มจากการคัดกรองตามความสมัครใจ ให้การรักษาทางการแพทย์เพื่อลดอาการถอนยา ควบคู่กับการฟื้นฟูด้านจิตใจโดยไม่ตีตรา จากนั้นทีมบุคลากรทางการแพทย์ ผู้นำชุมชน และครอบครัว จะร่วมกันติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและป้องกันการกลับไปเสพซ้ำ


ผลการดำเนินงาน พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดีขึ้น สามารถลด ละ เลิกยาเสพติดได้จริง เกิดความภาคภูมิใจในตนเอง และได้รับโอกาสกลับคืนสู่สังคมอย่างมีศักดิ์ศรี ขณะเดียวกันครอบครัวมีความสุขและความอบอุ่นมากขึ้น โดยผู้ผ่านการบำบัดหลายรายสามารถกลับไปประกอบอาชีพและเลี้ยงดูตนเองได้ตามปกติ


ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การแก้ปัญหายาเสพติดอาจไม่ใช่เพียงเรื่องของการ “หยุดยา” แต่คือการทำให้คนคนหนึ่งกลับมาเชื่อมั่นในตัวเองอีกครั้ง


เมื่อชุมชนเปิดพื้นที่ให้โอกาส ครอบครัวไม่ทอดทิ้ง และภาคีเครือข่ายร่วมกันประคับประคองตลอดเส้นทาง จาก “ผู้เสพ” จึงสามารถกลับมาเป็น “ผู้สร้าง” มีอาชีพ มีรายได้ มีครอบครัว และมีที่ยืนในสังคมได้อีกครั้ง


นี่คือหัวใจของ “ชุมชนล้อมรักษ์” และบทพิสูจน์ว่า การคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน เริ่มต้นได้จากการไม่ตีตรา และการให้โอกาสคนหนึ่งคนได้กลับมาใช้ชีวิตใหม่อีกครั้ง





No comments

Theme images by sololos. Powered by Blogger.