Header Ads

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผนึกกำลัง สสส. – สคล. – เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก 8 จังหวัด เปิดรณรงค์ "งดเหล้าเข้าพรรษา 2569"

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผนึกกำลัง สสส. – สคล. – เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก 8 จังหวัด เปิดรณรงค์ "งดเหล้าเข้าพรรษา 2569" ชูแนวคิด"90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น" เชิญชวนประชาชนใช้ช่วงเข้าพรรษาเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพและคุณภาพชีวิต

เมื่อเร็วๆนี้ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) เครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก 8 จังหวัด และภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เปิดการรณรงค์ "งดเหล้าเข้าพรรษา ประจำปี 2569" ภายใต้แนวคิด "90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น" เชิญชวนประชาชนใช้ช่วงเวลา 90 วันของการเข้าพรรษาเป็นโอกาสเริ่มต้นลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสุขภาพ เพื่อสร้างสุขภาวะที่ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และครอบครัว


นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดฯ ให้ความสำคัญกับการใช้เทศกาลเข้าพรรษา ซึ่งคณะรัฐมนตรีกำหนดให้เป็น วันงดดื่มสุราแห่งชาติ เป็นจุดเริ่มต้นในการสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านสุขภาพของประชาชน พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรม Run Khan Do "วิ่งกันดุ๊" ครอบคลุมทั้ง 8 อำเภอ เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย สร้างเครือข่ายสุขภาพระดับพื้นที่สนับสนุนนโยบาย จังหวัดรักษ์สุขภาพ และผลักดันWellness Economy ภายใต้ยุทธศาสตร์ "Next Move Prachuap ประจวบต้องไปต่อ" มุ่งสู่เป้าหมาย "สุขภาพที่ดี วิถีคนประจวบ"


รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การงดเหล้าเข้าพรรษาไม่ใช่เพียงการหยุดดื่มเป็นเวลา 3 เดือน แต่เป็นโอกาสสร้างพลังใจและจุดเริ่มต้นของการเลิกดื่มในระยะยาว โดยครอบครัวถือเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่จะช่วยให้ผู้ดื่มสามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมได้อย่างยั่งยืน พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามปฏิญาณตน"งดเหล้าเข้าพรรษา เพื่อสุขภาพตนเองและครอบครัว" และร่วมเป็นพลังในการขับเคลื่อนการรณรงค์ในทุกชุมชน


ด้าน นางสาวอุบลวรรณ คงสว่าง ผู้จัดการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้าภาคตะวันตก กล่าวว่า ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (ศวส.) ระบุว่า ปัจจุบันคนไทยเกือบ 3 ใน 10 ยังคงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ดื่มหนักในวัยทำงาน ขณะที่แต่ละปีมีผู้บาดเจ็บและเจ็บป่วยจากผลกระทบของแอลกอฮอล์เฉลี่ยเกือบ 50,000 คน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 20,000 คน และประชาชนเกือบ8 ใน 10 คน เคยได้รับผลกระทบจากการดื่มของผู้อื่น สะท้อนว่าปัญหาแอลกอฮอล์ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และคุณภาพชีวิตของสังคมไทย จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการผลักดันมาตรการป้องกันและลดการดื่มอย่างต่อเนื่อง


การรณรงค์ปีนี้ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. และสคล. เดินหน้ารณรงค์เพื่อเชื่อมพลังภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ ภายใต้กระบวนการ "ชวน ช่วย เชียร์ เชิดชู" มุ่งสร้างแรงจูงใจและติดตามผู้เข้าร่วมโครงการให้สามารถงดเหล้าได้ตลอดช่วงเข้าพรรษา พร้อมต่อยอดสู่การเลิกดื่มอย่างยั่งยืน ผ่านแนวคิด "90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น" ที่ชวนประชาชนสะสม 4 แต้มสุขภาพ ได้แก่ งดหรือลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และดื่มน้ำให้เพียงพอ, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ (ลดหวาน มัน เค็ม) , ขยับร่างกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที, และดูแลสุขภาพใจด้วยการฝึกสติ พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ


ขณะที่ นางสาวธนพร บางบัวงาม ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาคมงดเหล้าจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า จังหวัดประจวบคีรีขันธ์จะขับเคลื่อนงานผ่านกลไก "ชุมชนคนสู้เหล้า" โดยบูรณาการความร่วมมือของแกนนำชุมชน อสม. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล วัด โรงเรียน และครอบครัว ร่วมชักชวนผู้ดื่มเข้าสู่โครงการ ติดตามให้กำลังใจ และจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ ทั้งการออกกำลังกาย งานจิตอาสา และการส่งเสริมอาชีพ เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนอย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ ยังผลักดันการสร้างพื้นที่ต้นแบบ "ไม่เลี้ยง ไม่ดื่ม และไม่ขาย" ในงานบุญประเพณีและกิจกรรมสำคัญของชุมชน อาทิ งานศพปลอดเหล้า งานบวชปลอดเหล้า และงานกฐินปลอดเหล้า ควบคู่กับการรณรงค์ให้ร้านค้าปฏิบัติตามกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงเปิดพื้นที่ให้เยาวชนร่วมออกแบบกิจกรรมสร้างสรรค์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน ลดนักดื่มหน้าใหม่ และสร้างสังคมสุขภาวะในระยะยาว


จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมด้วย สสส. สคล. และภาคีเครือข่าย จึงขอเชิญชวนหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และประชาชนทุกภาคส่วน ร่วมเป็นพลังสำคัญในการรณรงค์ "งดเหล้าเข้าพรรษา 2569" ภายใต้แนวคิด "90 วัน เก็บแต้มสุขภาพดี สิ่งดี ๆ จะเกิดขึ้น" เพื่อร่วมกันลดผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สร้างครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนสู่ "สุขภาพที่ดี วิถีคนประจวบ" อย่างยั่งยืน 







No comments

Theme images by sololos. Powered by Blogger.