โรงเรียนเครือข่ายปลูกพลังบวกภาคเหนือ 997 แห่ง เปิดเวทีโชว์พลังสถานศึกษาต้นแบบ ปั้นเด็กปฐมวัยห่างไกลเหล้า–บุหรี่
โรงเรียนเครือข่ายปลูกพลังบวกภาคเหนือ 997 แห่ง เปิดเวทีโชว์พลังสถานศึกษาต้นแบบ ปั้นเด็กปฐมวัยห่างไกลเหล้า–บุหรี่ สร้างภูมิคุ้มกันตั้งแต่ต้นทาง สู่สังคมสุขภาวะยั่งยืน
ภาคีเครือข่ายด้านการศึกษาและสุขภาวะ จัดเวที “เปิดโลกทักษะชีวิตเด็กปฐมวัย” ภายใต้โครงการปลูกพลังบวกเพื่อสร้างจิตสำนึกและภูมิคุ้มกันลดปัจจัยเสี่ยง (เหล้า บุหรี่) สู่สุขภาวะที่ดีของเด็กปฐมวัยระดับภาคเหนือ โดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดกิจกรรม “โชว์ แชร์ เชื่อม และเชิดชูเกียรติ” เพื่อยกระดับสถานศึกษาต้นแบบและแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาเด็กอย่างรอบด้าน โดยมีนายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นำถวายพระพร “สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี” และกล่าวต้อนรับ ดร.วีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวเปิดงาน ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ จ.เชียงใหม่
ดร.วีระ แข็งกสิการ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการขับเคลื่อนนโยบายสร้างภูมิคุ้มกันเด็กและเยาวชนจากปัจจัยเสี่ยง ทั้งเหล้า บุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า และยาเสพติด ผ่านมาตรการ “3 ส.” ได้แก่ สร้างความรู้ สร้างสิ่งแวดล้อมปลอดภัย และสอดแทรกในหลักสูตร ควบคู่กับการยกระดับสถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า 100% และการดำเนินโครงการโรงเรียนสีขาว เพื่อวางระบบป้องกันเชิงรุกอย่างเป็นรูปธรรม โดยเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตตั้งแต่ปฐมวัย ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น นิทาน เกม และการฝึกทักษะการปฏิเสธ (Say No) พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับครอบครัวและชุมชน
รศ.ภก.ดร.วิทยา กุลสมบูรณ์ กรรมการกองทุน สสส. กล่าวว่า สสส. มุ่งสร้างสุขภาวะเด็กแบบองค์รวม ควบคู่การลดปัจจัยเสี่ยงและสร้าง “พื้นที่ปลอดภัย (Safe Space)” โดยพัฒนาเด็กใน 4 มิติ ได้แก่ ร่างกาย จิตใจ ปัญญา และสังคม ผ่านการทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการและภาคีในพื้นที่ โดยมี “ครอบครัว–ชุมชน–สถานศึกษา” เป็นฐานสำคัญ พร้อมพัฒนานวัตกรรม เช่น การปลูกพลังบวก การสร้างความสัมพันธ์เชิงบวก และการเสริมทักษะสมอง (EF) ทั้งนี้ การดำเนินงานในภาคเหนือครอบคลุม 7 จังหวัด ได้แก่ น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย เพชรบูรณ์ เชียงใหม่ และพะเยา รวม 997 แห่ง แบ่งเป็นสถานศึกษาเครือข่าย 908 แห่ง สถานศึกษาต้นแบบ 68 แห่ง และแหล่งเรียนรู้ 21 แห่ง โดยเน้นการสร้าง “ภูมิคุ้มกันทางสังคม” ตั้งแต่ปฐมวัย ผ่านการบูรณาการความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา ครอบครัว ชุมชน และภาคีเครือข่าย สะท้อนการทำงานเชิงระบบที่ใช้การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ควบคู่กับการพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพและห่างไกลปัจจัยเสี่ยงอย่างยั่งยืน
ในระดับพื้นที่ นายอุดมพร กันทะใจ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 2 ระบุว่า ได้ยกระดับโครงการปลูกพลังบวกเป็นนโยบายหลัก ครอบคลุมโรงเรียน 131 แห่ง ใน 5 อำเภอ ได้แก่ แม่ริม แม่แตง สันทราย พร้าว และสะเมิง โดยเน้นการพัฒนาครูและเครือข่าย ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ เช่น นิทาน เพลง และแบบฝึก เพื่อปลูกฝังทักษะชีวิตและจิตสำนึกเชิงบวก
ขณะที่ นายเทิดบุญ ศิรารมณ์ นายอำเภอสันติสุข จังหวัดน่าน กล่าวว่า “สันติสุขโมเดล 6 ส. 1 K” เป็นแนวทางพัฒนาเด็กแบบองค์รวม ได้แก่ (1) ส่งเสริมการบริหารเชิงกลยุทธ์ด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับยาเสพติด ทั้งเหล้าและบุหรี่ (2) สนับสนุนบุคลากรและพัฒนาเครือข่ายครูเข้าร่วมกิจกรรมปลูกพลังบวก (3) ครูสร้างและใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ เช่น นิทานสร้างสรรค์ (4) สร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน (5) สร้างภูมิคุ้มกันสู่พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อลดปัจจัยเสี่ยงในโรงเรียนและชุมชน และ (6) ส่งเสริมสุขภาพดี 4 มิติ เพื่อนำไปสู่ “1 K คนดี” คือ เป็นลูกที่ดี ศิษย์ที่ดี เพื่อนที่ดี และพลเมืองที่ดี มีคุณธรรมตามหลักศาสนา
ด้านนางณริชา สำราญใจ โรงเรียนอนุบาลภูกามยาว สพป.พะเยา เขต 1 กล่าวว่า ได้พัฒนากิจกรรม “พานิทานกลับบ้าน” เพื่อเชื่อมการเรียนรู้สู่ครอบครัว โดยให้นักเรียนนำนิทานรณรงค์พิษภัยของเหล้าและบุหรี่กลับไปให้ผู้ปกครองอ่านทุกวันศุกร์ พร้อมบันทึกข้อคิดและถ่ายทอดประสบการณ์ในชั้นเรียน พัฒนาต่อยอดเป็นนิทาน 7 วัน 7 เล่ม ใช้เรื่องราวในชุมชนและชื่อนักเรียนเป็นตัวละคร ส่งผลให้เด็กมีนิสัยรักการอ่าน ตระหนักถึงพิษภัยของบุหรี่ และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว
อีกหนึ่งต้นแบบ นางสาวสิวิมล นักสอน (ครูบี) โรงเรียนสันมหาพลวิทยา สพป.เชียงใหม่ เขต 2 กล่าวว่า ได้ดำเนินกิจกรรม “ต้นไม้แห่งสัญญาของความดี” เริ่มจากการให้ผู้ปกครองตั้งปณิธานลด ละ เลิกพฤติกรรมเสี่ยง ต่อเนื่องสู่กิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกับเด็ก และพัฒนาเป็น “ปอยหลวงพลังบวก” ผ่านการสะสม “ตุงความดี” ก่อนจัดขบวนแห่ “ต้นกัวตาลพลังบวก” ร่วมกับชุมชน พร้อมเวทีเสวนาและมอบเกียรติบัตรครอบครัวต้นแบบ โดยมีเด็กหญิงแสงนวล สื่อสารแนวคิด (Say No) “ไม่เอาเหล้า ไม่เอาบุหรี่” ผ่านกิจกรรม “มือวิเศษ”
การขับเคลื่อนโครงการปลูกพลังบวกในพื้นที่ภาคเหนือครั้งนี้ สะท้อนพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่นโยบายระดับชาติสู่การปฏิบัติในระดับพื้นที่ โดยมีสถานศึกษาเป็นฐานสำคัญ ครอบครัวและชุมชนเป็นแรงหนุน และเครือข่ายภาคีเป็นกลไกขับเคลื่อน ผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับบริบทท้องถิ่น ส่งผลให้เด็กปฐมวัยได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน ควบคู่กับการสร้างภูมิคุ้มกันจากปัจจัยเสี่ยงอย่างยั่งยืน นับเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐาน “คนคุณภาพ” ให้กับสังคมไทยในอนาคต และขยายผลสู่สังคมสุขภาวะที่ปลอดภัยในระยะยาว.







No comments