Header Ads

วงเสวนา เห็นชอบ แก้รัฐธรรมนูญใหม่ อิงฉบับ 2540 คืนอำนาจ สิทธิประชาชน มีส่วนร่วมกำกับ ตรวจสอบการเมืองไทย

วงเสวนา เห็นชอบ แก้รัฐธรรมนูญใหม่ อิงฉบับ 2540 คืนอำนาจ สิทธิประชาชน มีส่วนร่วมกำกับ ตรวจสอบการเมืองไทย สกัดคนโกงไม่ให้เข้าไปมีอำนาจ ควรเริ่มจากมี สสร. มาจากการมีส่วนร่วมของคนไทย   

วันที่ 31 มีนาคม ที่โรงแรม The Halls Bangkok- ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล และเครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง จัดเสวนา  “จุดเปลี่ยนประเทศไทย: แก้รัฐธรรมนูญอย่างไร ให้ชีวิตประชาชนดีขึ้น” โดยมี รศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.บุญเลิศ วิเศษปรีชา คณบดีคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รศ.ดร.ประภาส ปิ่นตบแต่ง นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ นักวิจัยสังคม และสมาชิกวุฒิสภา นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ เลขาธิการมูลนิธิชีววิถี ร่วมเสวนา 


นายวิฑูรย์ กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมานายโสภณ สุภาพงษ์ ผู้ก่อตั้งปั๊มน้ำมันบางจาก และอดีตรองผู้อำนวยการปตท. ระบุชัดเจนว่าปกติราคาน้ำมันที่นำเข้าและอยู่ในสต๊อกตอนนี้อยู่ๆ ราคาก็ขึ้นไป 2 บาท 6 บาทและล่าสุดขึ้นอีกรวมเป็น 10 กว่าบาท ทั้งๆ ที่ควรจะขายราคาเดิมเพราะเป็นสต็อกเดิมหลายเดือนแล้ว แต่พอมาขายตอนนี้เท่ากับประชาชนถูกโกงไปแล้วกว่า 6.4 หมื่นล้านบาท หรือกรณีข้าวขาวแพง เพราะทุนผูกขาดเจ้าเดียวที่ปัจจุบันเข้าไปมีอิทธิพลอยู่ในทุกระบบของสังคมไทย ซึ่งจริงๆ ไม่มีประเทศไหนยอมให้เป็นเช่นนี้ 


ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งมาจากการที่รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้ทำการลายหลักการกำกับทุนผูกขาดและการมีส่วนร่วม การตรวจสอบ ของประชาชนในการบริหารบ้านเมืองในทุกระดับออกไป จากมาตรา 40 กลายเป็นหมวดหน้าที่ของรัฐซึ่งจะทำก็ได้หรือไม่ทำก็ได้ พอประชาขนลุกขึ้นมาต่อสู้ กลับถูกฟ้องปิดปากเฉลี่ย 10 คนต่อปี แทนที่จะคุมนายทุนผูกขาด ดังนั้นจึงต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ดีขึ้น โดยยึดหลัก 1. ปากท้อง ความเหลื่อมล้ำ แก้ทุนผูกขาด 2. แก้ปัญหาการรวมศูนย์ของระบบรัฐ การเมือง ผนวกเป็นเนื้อเดียวกัน โดยเฉพาะหลังรัฐประหาร และ 3. จำเป็นต้องสถาปนาสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน สิทธิในการมีอาหาร อากาศที่ดี ต้องเขียนให้ชัด 


ด้าน รศ.ปริญญา กล่าวว่า ตอนนี้ประชามติแก้รัฐธรรมนูญครั้งแรกผ่านเรียบร้อยแล้ววันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าร่างใหม่แล้วจะดีกว่าเดิม เพราะสภามีสีน้ำเงิน เกรงว่าร่างใหม่แล้วจะแย่กว่าเดิม ทั้งนี้ตนมองว่าหากไม่มีการรัฐประหาร ปี 2549 และ 2557 ประแทศไทยก็คงยังใช้รัฐธรรมนูฉบับปี 2540 จึงเสนอให้ครั้งนี้ ตั้งต้นที่การแก้ฉบับปี 2540 เป็นรายมาตรา เพราะถือเป็นฉบับที่เป็นจุดเริ่มต้นการมีองค์กรอิสระ และมีสว.ที่มาเลือกองค์กรอิสระ ที่สำคัญคือเป็นฉบับที่ประชาชนสามารถเลือก และเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระได้ สิทธิเป็นสิทธิไม่ใช่ยกให้กลายเป็นหน้าที่ที่ไม่ต้องทำก็ได้ของรัฐ เป็นฉบับที่ประชาชนมีปากมีเสียงมากกว่าฉบับปัจจุบัน ส่วนจะแก้อย่างไรนั้นประเด็น คือ ระบบเลือกตั้งหรือแต่งตั้ง โดยเลือกคนมีความเหมาะสม มีความสามารถ ทำตามกติกา โปร่งใส ตรวจสอบ คนตรวจสอบต้องเป็นอิสระไม่ใช่พวกเดียวกัน ถือเป็นหลักการแบ่งแยกอำนาจ ส่วนการร่างรัฐธรรมนูญจริงๆ นั้นจะเกิดขึ้นหลังได้ สสร.แล้ว หวังว่าจะฟังเสียงประชาชน 


“การแก้ปัญหาต้องทำให้หลักการใช้อำนาจแสวงหาประโดยชน์ไม่ได้ โดยเอาหลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ต้องทำมาตรการป้องกันคนแสวงหาผลประโยชน์เข้าไปได้ ต้องทำคู่กันทั้ง 2 ทาง จะคิดว่าเอาคนดีเข้าไปอย่างเดียวไม่ได้ คนดีเข้าไปก็เหมือนพระ ตอนเข้าไปไม่ได้คิดจะโกง แต่ระบบโกงได้ สุดท้ายเลยโกง สุดท้ายคือ สิทธิของประชาชนต้องไม่ถูกละเมิด ถ้าถูกละเมิดต้องฟ้องได้ แต่รัฐธรรมนูญ 60 ไม่มี” รศ.ปริญญา กล่าว


รศ.ดร.ประภาส กล่าวว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจประชาชน ประชาชนมีส่วนตรวจสอบทางตรง เป็นรัฐธรรมนูญที่ถ่ายโอนอำนาจให้ประชาชน แต่ฉบับ 2560 มีความตกต่ำหรือถอดถอยการมีส่วนร่วมประชาชน รัฐมนตรีระบบโควตามีมาก ปัญหาข้าวยากหมากแพงตอนนี้ ดูจากหน้าตารัฐบาลใหม่ที่กำลังจะแถลงนโยบายเร็วๆ นี้ก็ไม่ต่างกัน นอกจากนี้ รัฐธรรมนูญฉบับ 2560 ยังไม่เขียนเรื่องสิทธิเป็นหมวดหน้าที่รัฐ สิทธิมีสิ่งแวดล้อม มีอากาศที่ดี แต่ไปกำหนดไว้ในหมวดหน้าที่รัฐ ซึ่งหากเขียนไว้ให้ชัดในรัฐธรรมนูญก็จะทำให้เราไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีการเขียนในกฎหมายที่จะออกตามมา เช่น พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่อยู่ระหว่างการพิจารณา อย่างไรก็ตามการแก้รัฐธรรมนูญขั้นถัดไปคือการได้มาของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ตนเห็นว่า แก้ไขมาตรา 256 หมวด 15 อำนาจ ให้สสร.มาจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ควรนำรูปแบบที่ถูกตีตกไปแล้วกลับมาใช้ ส่วนเนื้อหามองว่าให้นำจากฉบับปี 2540 มาพิจารณา


รศ.ดร.บุญเลิศ กล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นสิ่งที่สะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจของคนในสังคมในแต่ละยุคสมัย และสัมพันธ์กับคนในสังคมว่ายอมรับหรือไม่กับอำนาจของผู้ที่เข้ามายกร่างรัฐธรรมนูญ หากไม่ยอมรับและมีการวิพากษ์วิจารณ์ก็จะนำไปสู่การแก้ไข ที่ผ่านมาเวลาพูดถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะมีคำว่าปฏิรูปการเมือง ซึ่งในระยะเวลาอันใกล้นี้มองว่า รัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มีความสำคัญ ซึ่งการแก้ไขมี 3 เรื่องสำคัญคือ 1. การเข้าสู่อำนาจ จะกลั่นกรองคนมีฝีมือ มีคุณภาพ เข้าสู่อำนาจได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือต้องได้รับการยอมรับจากประชาชน นั่นคือมากจากการเลือกตั้ง 2. ต้องสามารถตรวจสอบได้ 3. สิทธิและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งฉบับปี 2540 ตอบโจทย์ใน 3 เรื่องนี้อย่างมีนัยยะสำคัญ ย้ำว่าต้องเลือกคนมีความสามารถ มีคุณภาพ และทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก แต่นักการเมืองที่มีอยู่ทึกวันนี้ไม่ได้ตอบโจทย์ใหญ่ที่ไทยเผชิญ เราอยู่ในสภาวะต้มกบ ตายช้าๆ โดยไม่รู้ตัว   


"ฉบับ 40 ให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งและการตรวจสอบ แม้ยังไม่สมบูรณ์แต่เห็นหมุดหมายความก้าวหน้า แต่การรัฐประหารฉีกรัฐธรรมนูญทำให้ประเทศชาติถอยหลัง และที่ถอยหลังมากๆ คือในการเลือกสว. เพราะเป็นคนที่มีอำนาจแต่งตั้งและถอดถอนองค์กรอิสระ ทำให้มีคนบิดเบือน พยายามส่งคนของตัวเองเข้ามานั่งในส่วนนี้ แต่กลับไม่มีการแก้ไขให้ดีขึ้น กลับเลือกวิธีการเอาอำนาจนี้ไปให้คนที่จะทำรัฐประหาร เลือกคนมาเป็น สว.อีกที แล้วรัฐธรรมนูญปี 60 หนักที่สุด มีบทเฉพาะการให้สว. สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้ เรียกว่าอำนาจเริ่มออกจากมือประชาชนไหลสู่มือของคนส่วนน้อย  คือองค์กรอิสระที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่มีอำนาจมาก” รศ.ดร.บุญเลิศ กล่าว








No comments

Theme images by sololos. Powered by Blogger.