วช. เยี่ยมชม ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD : Pharma-Agroforestry District) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน
วช. เยี่ยมชม ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD : Pharma-Agroforestry District) ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน
วันที่ 31 มกราคม 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ พร้อมด้วย นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ, ศาสตราจารย์ ดร.สนอง เอกสิทธิ์ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานของ ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน ซึ่งเป็นพื้นที่ต้นแบบการปลูกพืชยามูลค่าสูงในระบบวนเกษตร ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา วิทยาเขตน่าน ร่วมกับมูลนิธิกสิกรไทย และสถาบันเค-อะโกร-อินโนเวท ได้จัดตั้งศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD) เพื่อบูรณาการองค์ความรู้ด้านเกษต และเภสัชศาสตร์ในการพัฒนาและแปรรูปพืชสมุนไพร โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
ศูนย์ PAD ทำหน้าที่วิจัยและพัฒนาการปลูกพืชสมุนไพรใต้ร่มเงาป่า มุ่งหาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม มีการจัดตั้งศูนย์แปรรูปพฤกษเภสัช (PPC) เพื่อแปรรูปวัตถุดิบสมุนไพร เพิ่มมูลค่าและสร้างผลิตภัณฑ์คุณภาพ ภายใต้โครงการ Nan Sandbox บนพื้นที่ตัวอย่างของศูนย์ โดยเชื่อมโยงงานวิจัยกับการพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน
ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัช (PAD : Pharma-Agroforestry District) มทร.ล้านนา น่าน มีการดำเนินงานประกอบด้วย:
-วิจัยและพัฒนา: วิจัยพืชสมุนไพรและพืชเกษตรเพื่อนำมาใช้ประโยชน์ทางยาและสุขภาพ
-พัฒนานวัตกรรมแปรรูป (PPC :Phytomass Process Center) เป็นศูนย์บริการแปรรูปพฤกษเภสัช โดยเน้นการเพิ่มมูลค่าสมุนไพรและพืชวัตถุดิบ
-วนเกษตร: ส่งเสริมรูปแบบการทำเกษตรผสมผสานร่วมกับการปลูกป่า (Agroforestry)
-บริการวิชาการและศึกษาดูงาน: เป็นสถานที่เรียนรู้และดูงานสำหรับหน่วยงานภายนอกและชุมชน
-ผลิตสมุนไพร: มีการดำเนินงานในรูปแบบพนักงานฝ่ายผลิตและพัฒนาวิศวกรรมเครื่องกล/ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร
ทั้งนี้ ศูนย์วนเกษตร–พฤกษเภสัชฯ ถือเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการปลูก การดูแล และการใช้ประโยชน์จากพืชยาอย่างครบวงจร เป็นต้นแบบในการขยายผลสู่ชุมชน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาชีพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในระยะยาว








No comments