วาเลนไทน์ 69 ชี้ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่มากกว่า SEX
วาเลนไทน์ 69 ชี้ควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดี ที่มากกว่า SEX เปิดผลสำรวจ วัยรุ่นไทย 73.4% เชื่อความรักที่ดีต้องเคารพให้เกียรติกัน 67.4% ระบุคู่รักตกหล่มเหล้า ยา การพนัน
ดร.นพ.ไพโรจน์ เสาน่วม รองผู้จัดการกองทุน สสส. กล่าวว่า เนื่องในเทศกาลวันวาเลนไทน์เป็นวันที่ทุกคน ทุกความสัมพันธ์ ควรได้รับความรัก แต่ไม่ลืมที่จะเห็นถึงคุณค่าของตนเองด้วย ที่สำคัญต้องรู้เท่าทันและอยู่ให้ห่างไกลจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อสุขภาพและชีวิต โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาเสพติด และการพนัน จากข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ ปี 2567 พบกลุ่มเยาวชนและคนรุ่นใหม่อายุ 15-24 ปี มีแนวโน้มดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอยู่ที่ 24.8% ลดจากปี 2564 อยู่ที่ 34.7% ขณะที่การดื่มแล้วขับอยู่ที่ 33.06% ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนถนน 25.09% ข้อมูลจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล ได้รวบรวมข่าวความรุนแรงในครอบครัวที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ ในปี 2567 มากถึง 1,529 ข่าว เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ประมาณ 40% โดยมีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยกระตุ้น 29.3% และยาเสพติด 26.9% ส่วนปัญหาการพนัน ข้อมูลจากศูนย์ศึกษาปัญหาการพนัน คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2566 พบกลุ่มอายุ 15-25 ปี เล่นพนันออนไลน์ 32.3% หรือ 2.9 ล้านคน โดย 1 ใน 4 หรือ 739,000 คน เสี่ยงเป็นนักพนันหน้าใหม่
“สสส. และภาคีเครือข่าย หวังว่าเทศกาลแห่งความรักปีนี้ ทุกคนจะร่วมกันมอบความรักให้แก่กันมากขึ้น ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทั้งคู่รัก พ่อแม่ ลูกหลาน ญาติสนิท เพื่อนพ้องพี่น้อง เพื่อนบ้านรวมถึงเพื่อนร่วมโลก และอยากเชิญชวนทุกคนมาร่วมกันส่งพลังแห่งความรักให้แผ่ขยายออกไป ด้วยการช่วยกันส่งเสริมการจัดกิจกรรมเดือนแห่งความรักและใช้ชีวิตที่ห่างไกลปัจจัยเสี่ยงทุกรูปแบบ" ดร.นพ.ไพโรจน์ กล่าว
นางสาวปาลิณี ต่างสี ผู้ประสานงานเครือข่ายเยาวชนลดปัจจัยเสี่ยง กล่าวว่า จากการสำรวจความคิดเห็นผู้ที่อายุ 13-25 ปี จำนวน 3,185 คน ในเขตกรุงเทพฯ ปริมณฑล และต่างจังหวัดบางพื้นที่ ช่วงต้นเดือนก.พ. 2569 พบว่า 55.2% มองว่าการเรียนรู้เรื่องเพศจะช่วยให้ดูแลตัวเองได้ดีขึ้น 64% มองว่าเรื่องเพศต้องสมัครใจทั้งสองฝ่าย ขณะที่ 55.3% มองว่าความรักไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ด้วยการมีเพศสัมพันธ์ และ 58.5% เห็นว่าถ้ายังไม่พร้อม ถือเป็นเหตุผลที่ดีในการปฏิเสธ ทั้งนี้กลุ่มตัวอย่าง 73.4% เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีควรเคารพให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดย 68.7% เห็นว่าหากมีเรื่องไม่สบายใจต่อกันก็ควรหาโอกาสสื่อสารเพื่อปรับความเข้าใจ 68.9% รับฟังความคิดเห็น 67.4% เห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีต้องไม่กดดันกัน และ 49.5% เห็นว่าการเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ใช้อำนาจเหนือกว่าจะทำให้ความสัมพันธ์เกิดปัญหาได้
“หากมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ พบว่า คู่รัก 56.8% เลือกพูดคุยปรับความเข้าใจกัน 15.9% ใช้การขอโทษ ขณะที่ 67.4% มองว่าถ้าแฟนหรือคู่รักเข้าไปยุ่งกับปัจจัยเสี่ยง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สิ่งเสพติด การพนัน บุหรี่ไฟฟ้า จะส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ จึงไม่อยากให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ ขณะที่ความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นได้ช่วงวาเลนไทน์คือ เพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน 76.5% การใช้สิ่งเสพติด 52.8% การเข้าไปที่อโคจร/พื้นที่เสี่ยงต่อการถูกล่อลวง 50.8% การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 48.9% การถูกบังคับหรือกดดัน 33.4%” ทั้งนี้ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน จะร่วมจัดกิจกรรมรณรงค์ ในช่วงวันที่ 13 - 14 กุมภาพันธ์ 2569 ในพื้นที่ที่มีการรวมตัวของเด็ก เยาวชน ใน จ.ลำพูน จ.พิษณุโลก จ.สกลนคร จ.กาฬสินธุ์ จ.นครศรีธรรมราช และจ.สงขลา ด้วยเช่นกัน นางสาว ปาลิณี กล่าว
นางสาวเอ (นามสมมติ) กล่าวว่า ตนอยู่กับย่ามาตั้งแต่เด็กเพราะพ่อแม่แยกทางกัน ทำให้รู้สึกเหมือนชีวิตขาดอะไรไปสักอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความรักและความอบอุ่นในครอบครัว ปัจจุบันตนมีแฟนคบมา 3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้เขาจะดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ดื่มน้ำกระท่อม เล่นการพนัน ทำให้ร่างกายผอม คนคิดว่าติดยาเสพติด ตนหวังดีต้องการให้เขามีสุขภาพที่ดีขึ้น และมีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดีขึ้น ซึ่งแฟนของตนก็เริ่มจากเลิกดื่มน้ำกระท่อม ในช่วงแรกๆ จะมีอาการนอนไม่หลับ สะอึก เรอ และขณะนี้พยายามเลิกสูบบุหรี่ ส่วนเรื่องดื่มปัจจุบันเขาดื่มลดลง จากเดิมที่เคยดื่มทุกวันหลังเลิกงาน ซึ่งการที่สามารถค่อยๆ ลดละเลิกสิ่งเหล่านี้ลงได้ เพราะพยายามร่วมกัน หวังดีต่อกันไม่คาดโทษหรือบีบบังคับ อยากให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
“ขอฝากถึงคู่รักทุกคนว่าหากเป็นไปได้ควรลดละเลิกปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ โดยเฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัว หรืออุบัติเหตุบนท้องถนน อาจจะทำให้เกิดความสูญเสีย ทั้งต่อตนเองและครอบครัวได้ นอกจากนี้ ขอเตือนเนื่องในเทศกาลแห่งความรัก คนมีคู่ควรรักอย่างปลอดภัย เรื่องการมีเพศสัมพันธ์เป็นเรื่องปกติ แต่ขอให้มีการป้องกัน เพื่อป้องกันผลที่จะตามมาในอนาคต” นางสาวเอ กล่าว







No comments