วช. มอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ณ ชุมชนบ้านเชตะวัน ต.เหมืองจี้ จ.ลำพูน
วช. มอบ “ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln มุ่งลดปัญหาการเผา เพิ่มมูลค่าเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ณ ชุมชนบ้านเชตะวัน ต.เหมืองจี้ จ.ลำพูน
วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีส่งมอบนวัตกรรม “เตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln” ภายใต้โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569 ให้แก่ชุมชนบ้านเชตะวัน เพื่อสนับสนุนการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างยั่งยืน โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวรายงาน พันตรีชนินทร พุฒิเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีตำบลเหมืองจี้ กล่าวต้อนรับ ตลอดจน พระมหาวิธณัฐธนโชค ติกปัญโญ เจ้าอาวาสวัดเชตวันธรรมาราม นางสาวศิรินทร์พร เดียวตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และคณะผู้ทรงคุณวุฒิ วช. เข้าร่วมพิธี ณ ชุมชนบ้านเชตะวัน ตำบลเหมืองจี้ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln เป็นผลงานวิจัยที่ วช. ให้การสนับสนุนทุนพัฒนา โดยคณะนักวิจัยมีความตั้งใจแก้ไขปัญหาภาคเกษตรกรรมควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อม นวัตกรรมดังกล่าวมุ่งจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรด้วยกระบวนการแปรรูปเป็นไบโอชาร์ เพื่อนำไปปรับปรุงคุณภาพดิน ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร ขณะเดียวกันยังช่วยลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 และผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า โครงการวิจัยนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln ลดฝุ่น PM2.5 มุ่งขับเคลื่อนการจัดการชีวมวลอย่างครบวงจร ด้วยกระบวนการแปรรูปเศษวัสดุเหลือทิ้งทางการเกษตรเป็นไบโอชาร์ที่ช่วยฟื้นฟูดินและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก ควบคู่กับการลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร โดยมุ่งหวังให้นวัตกรรมดังกล่าวสามารถช่วยเหลือเกษตรกรและลดจำนวนพื้นที่จุดความร้อนและฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยตั้งเป้าลดมลพิษทางอากาศใน 9 จังหวัดให้ได้มากกว่าร้อยละ 30
พันตรีชนินทร พุฒิเศรษฐ์ นายกเทศมนตรีตำบลเหมืองจี้ กล่าวถึงการที่ชุมชนได้รับมอบเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนเพื่อใช้ในการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ถือเป็นการต่อยอดศักยภาพของพื้นที่ในการเปลี่ยนของเหลือทิ้งให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่กับการลดการเผาในที่โล่ง ซึ่งช่วยบรรเทาปัญหามลพิษทางอากาศ อีกทั้งไบโอชาร์ที่ได้ยังสามารถนำไปฟื้นฟูและปรับปรุงคุณภาพดิน เพิ่มผลผลิตทางการเกษตร และเปิดโอกาสในการสร้างรายได้เสริมให้กับครัวเรือนในชุมชนได้อย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ วช. คาดหวังว่าการส่งมอบนวัตกรรมในครั้งนี้จะเป็นต้นแบบของการนำนวัตกรรมจากงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริงในระดับพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม และขยายผลสู่ชุมชนใกล้เคียง เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน












No comments