“ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” วช.ส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln “ ณ กลุ่มชุมชนบ้านปง ต.ต้าผามอก อ.ลอง จังหวัดแพร่
“ของขวัญปีใหม่ อว. 2569” วช.ส่งมอบนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln “ ณ กลุ่มชุมชนบ้านปง ต.ต้าผามอก อ.ลอง จังหวัดแพร่
ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช. ได้นำ “โครงการของขวัญปีใหม่ อว. 2569” เพื่อใช้นวัตกรรมสนับสนุนชุมชน ลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยนวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน เป็นผลงานที่ได้รับการสนับสนุนจาก วช. ในการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ และแปรรูปกลับมาใช้ประโยชน์ในรูปของไบโอชาร์ ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรและชุมชน ควบคู่กับการลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของมลพิษทางอากาศเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
รองศาสตราจารย์ ดร.อนรรฆ ขันธะชวนะ หัวหน้าโครงการ กล่าวว่า นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชน BioCycle Kiln เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้จัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร อาทิ ฟางข้าวและชีวมวล สำหรับปรับปรุงคุณภาพดินและเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก โดยนวัตกรรมดังกล่าวช่วยลดการเผาในที่โล่งซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นควันและผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง โดยโครงการตั้งเป้าลดจำนวนจุดความร้อนในพื้นที่เป้าหมาย 9 จังหวัด และมุ่งลดระดับมลพิษทางอากาศให้ได้มากกว่าร้อยละ 30 ผ่านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับบริบทของชุมชน
นายสามารถ อินทปัญญา นายอำเภอลอง จ.แพร่ กล่าวว่า ชุมชนบ้านปงเป็นพื้นที่ที่มีวิถีชีวิตผูกพันกับภาคการเกษตร จึงมีเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละฤดูกาล นวัตกรรมเตาไบโอชาร์พลังงานชุมชนจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้ได้อย่างเป็นระบบและเกิดประโยชน์สูงสุด ช่วย ลดปัญหาหมอกควันและมลพิษทางอากาศ ควบคู่กับการนำไบโอชาร์ที่ได้ไปใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร เพื่อปรับปรุงดินและเพิ่มผลผลิต รวมถึงสามารถต่อยอดสู่การสร้างรายได้เสริมและเพิ่มมูลค่าทรัพยากรในท้องถิ่น
ทั้งนี้ วช. พร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการวิจัยและนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ปัญหาสำคัญของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน เพื่อนำผลงานวิจัยไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ และต่อยอดสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน ครอบคลุมทั้งมิติด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม











No comments